2006/Mar/30

เปิดตัวละครตัวที่ 1 (เมืองโคโดรอล ธิดาพยากรณ์สายลม)

มรกตอาบแสงนวลยามจันทราร้องรำ

วาวโรจน์ราวแสงอำพันสะท้อนสี

เส้นผมสยายประกายนวลขับราตรี

ยามแย้มยิ้มแรกฤดีดอกไม้ผลิบาน

ชุดแพรพรรณขาวนวลสะอาดกรอมเท้าบนร่างหญิงสาวนางหนึ่งทิ้งตัวปลิวไสวตามแรงลม ค่ำคืนอันไร้ดาวช่างดูเศร้านัก ผิวขาวละไมกับเรือนร่างอวบอิ่มนั้นยืนท้าลมแต่เพียงลำพังปลายหนาวที่กำลังจะพ้นผ่าน ทำให้เธอผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในดาราพยากรณ์ต้องออกมาเฝ้าดูกระแสสวรรค์สรรพแห่งการทำนายอนาคตแห่งใหม่ที่เธอต้องรุจไปในอีกไม่ช้า

ไหล่บางซึ่งบัดนี้กลับมีผ้าแพรสีส้มอ่อนเป็นประกายมุขเนื้อดีมาคลุมไว้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมยาวดำขลับประบ่า ใบหน้าคมเข้มผิวขับสีสมชายชาติทหารวงเนตรสีน้ำเงินเข้มจับจ้องเสี้ยวหน้างามหมดจดเพียงครู่แล้วเบือนไป ดวงเนตรกลมโตสีมรกตนั้นทอดยาวล่องลอยแสนไกล
edit @ 2006/03/30 06:40:43

นัยน์ตาสีอำพันใจกลางมรกตคู่งามนั้นดูหม่นนักดวงตาที่ใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามิใช่มนุษย์แต่กำเนิดดวงตาที่มีภาระอันใหญ่หลวงผูกมัด มิอาจดิ้นหลุดหรือหลบหนีได้ดวงตาที่คนทั่วหล้าต่างยอมสยบและหวังจะครอบครองสักครั้ง บัดนี้กลับดูไร้แววไร้จุดหมายแห่งชีวิต

ความเศร้าเข้าครอบงำบุรุษรูปงามอีกครั้ง ซึ่งบัดนี้เขาได้หันกลับมาจ้องมันอีกครา

มรกตคู่งามค่อย ๆ หลุบลงต่ำแล้วจึงปิดสนิทนิ้วเรียวบางขยับประกบร่างเป็นอักขระวงเวทริมฝีปากเล็กเนียนร่ำรำพันบทมนต์แผ่วเบาประกายแสงมรกตเงาขับกับขาวสะท้อนตราเวทหงส์ทับดาบคู่ไขว้ บนเมฆใหญ่เบื้องล่าง

มนต์หยั่งจันทร์

ดวงตาคมเข้มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่ไม่ตระหนกนั้นแสดงถึงความคุ้นชินประกายในดวงตาส่งแววห่วงใยอย่างลึกซึ้ง จนตราเวทหายไปจึงกลับมาคมเข้มอย่างเดิม

มรกตงามยังมิลืมขึ้น ชายหนุ่มมองดูผ้าคลุมไหล่ที่บัดนี้ลงไปคล้อยอยู่ที่สะโพกเผยผิวเนียนขาวน่าสัมผัส เสียงทุ้มนุ่มจึงเอ่ยขึ้น

อากาศบนนี้มันหนาว กลับกันเถอะอีกไม่นานจะวันใหม่แล้ว

สาวงามค่อยลืมตามองชายหนุ่มซึ่งบัดนี้มองสบตาเธออย่างห่วงใย ริมฝีปากบางแย้มยิ้มละไมก่อนเอื้อนเอ่ยสุรเสียงใสแผ่วเบา

ลมหนาวรึจะสู้ความห่วงใย ผ้าแพรงามทอด้วยมือผืนนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความอบอุ่นของข้า

ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่ยังไม่ทันกล่าวสาวเจ้าก็ขัดขึ้น

ทิวาราตรีนี้ไม่แน่นอน ล้วนสั่นคลอนได้ดั่งใจเห็น

สาวเจ้าเหลือบตามองใบหน้าคมของบุรุษสูงด้านบนซึ่งบัดนี้คิ้วเริ่มมุ่นขึ้นด้วยคำยุ

...สรรพสิ่งล้วนต้องเป็นเช่นกฎเกณฑ์ที่มีบัญญัติมา

สิ้นคำเอ่ยสาวเจ้าก็เดินไปแต่ไม่ทันไรเสียงทุ้มก็ขาน

โยโซริน่า

ไร้เสียงตอบรับใด ๆ จากสาวงามเจ้าของชื่อ โยโซริน่า

โยโซริน่าเดอลากัวล์ เดอะ โพรฟเอ็ทถ์ ออฟ กอด์ท

เสียงที่ทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจนั้นประกาศนามเต็มยศของสาวงามซึ่งบัดนี้หยุดยืนหันหลังอยู่ไม่ไกลนักคิ้วเรียวเริ่มบีบกระชั้นบนใบหน้านวล

มรกตงามหลุบลงต่ำเบือนเอียงเคียงไหล่เล็กน้อยเผยให้ชายหนุ่มได้เห็นเสี้ยวหน้างามที่บัดนี้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ท่านมีอะไรถึงได้เรียกข้าอย่างนั้นท่าน โวเรส ดาทิล เดอะ เจเนรอล ออฟ โคโดรอล

โวเรสสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถาม

ทำไมเจ้าจึงเอ่ยเช่นนั้นโยโซริน่า ช่วยบอกข้าให้เข้าใจว่าข้าไม่ได้คิดไปเอง ไม่ได้เข้าใจผิด ช่วยบอกข้าว่าเจ้าเพียงล้อเล่นดังเช่นที่ผ่านมา

สิ้นสุดคำกล่าวใบหน้างามก็เบือนกลับไปนัยน์ตาอำพันคู่งามส่องประกายหมองชั่วครู่น้ำใสก็ปริ่มมรกตงามรีบปิดลงหวังให้สิ่งนั้นมิรินไหล ดวงหน้าละมุนบัดนี้เชิดขึ้นแต่ไร้ซึ่งประกายแห่งมรกตงามร่างกายสั่นระริกดวงใจสั่นไหว เสียงที่ก้องในโสตประสาทมีเพียงเสียงเต้นเร่าของหัวใจที่ไม่อาจสงบช่างยากนักที่จะเก็บข่มอาการเหล่านี้มือทั้งสองเย็นเฉียบเหงื่อเริ่มซึมชื้นลื่นไปหมดในหัวก็ได้แต่คิดว่าจะตอบอย่างไรดี

สุรเสียงกังวานกึกก้องทั่วโลกา ไร้ซึ่งผู้กล้าขัดบัญญัติทัดทานองค์

สิ้นเสียงใสสาวเจ้าก็เร่งฝีเท้าเดินจากเพราะขณะนี้เบื้องหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตาที่มิอาจกลั้นชายหนุ่มยืนทอดมองสาวงามที่เดินจากไปในหัวยังคงครุ่นคิดถึงประโยคสุดท้าย

สุรเสียงกังวานกึกก้องทั่วโลกาไร้ซึ่งผู้กล้าขัดบัญญัติทัดทานองค์

มันจะเป็นจริงหรือ รึว่านางแกล้งพูดหลอกเราโวเรสพยายามทรงตัวยืนให้อยู่แต่มันช่างยากเหลือเกินยากเกินกว่าทุกสิ่งภาพและความทรงจำหวนกลับความสับสนงุนงงยังคงอยู่และจะคงทวีมากขึ้นหากเขาไม่รีบยุติมันเสียตอนนี้ภวังค์แห่งความโดดเดี่ยว ภวังค์แห่งการลาจาก ความรู้สึกหดหู่เศร้านี้มันมาจากไหนกันนะ และไม่กี่อึดใจก็เหมือนมีภาพคำตอบแล่นเข้ามาในห้วงคำนึง

นัยน์ตาคมสีน้ำเงินเข้มฉายประกายกล้าไร้ซึ่งแววเมื่อครู่สิ้นเชิง

มนต์หยั่งจันทร์

ชายหนุ่มมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย ...

ย้อนความ >... โวเรส

เวทนี้มีผลค่อนข้างร้ายแรงมันเป็นเวทย์ที่ไม่สามารถใช้ได้พร่ำเพื่อ เป็นเวทย์แห่งพระบัญชา กฎซึ่งมิอาจต่อต้านสวรรค์เท่านั้นที่รู้หากผู้ใดมิกระทำตามอาจต้องแลกด้วยชีวิตทั้งชีวิต พวกเราเหล่าดาราแห่งการทำนาย (โพรฟเอ็ทถ์) ล้วนเกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ ไม่ขึ้นกับเมืองใดนอกจากพระเจ้าและสิ่งที่เป็นเครื่องหมายของแต่ละเผ่าเรา ๆ ก็คือตรามนต์แห่งเวทที่ใช้รับสาสน์จากสวรรค์

เวทย์นี้มีผลข้างเคียงคือความเศร้า หดหู่ เหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว ถ้าใครจิตใจหวั่นไหวง่าย หรือโอนอ่อน คล้อยตามได้ดีจะมีผลต่อเวทย์นี้มากกว่าใครแม้แต่คนที่เข้มแข็งแข็งแรงเพียงใดเจอเวทย์นี้คราวแรกก็ย่อมต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ท่านจะรู้สึกเช่นนี้

แต่ข้าว่าท่านคงไม่เป็นอะไรมากนัก ข้าเชื่ออย่างนั้น

บุรุษหนุ่มนึกถึงคำกล่าวกังวานใสจากสาวงามคราแรกเมื่อได้ประสบ พบเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่เคยมาก่อนเหตุการณ์ที่สาวเจ้าอยู่กลางตราเวทมรกตขับขาวช่างงดงามนักยามนางหลับตาพริ้มดูล่องลอยขนตายาวงอน ริมฝีปากบางนวลสวยชมพูระเรื่อเข้ากับแก้มนวลขาว

ทำให้เขาผู้ซึ่งไม่เคยหวั่นไหว กลับใจสั่นได้ถึงเพียงนี้

นางเป็นใครกัน...

...จบตอน..

ผลงานของ. สาว..มิถุน.

ติดตามตอนต่อไปได้นะค่ะ ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะค่ะ


edit @ 2006/03/30 06:54:40
edit @ 2006/03/31 01:40:12
edit @ 2006/03/31 14:06:47

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แต่งบางคำเหมือนกลอนมากเลยค่ะ ,,> <,,
เราไม่ใช่พวกแต่งฟิคด้วยสิ (อยู่สายวาดมากกว่า คริๆๆๆๆ)
คงแนะนำอะไรให้ไม่ได้
แล้วจะรอตอนต่อไปค่ะ
มาเยี่ยมแร้วน๊า~
ฟิคเรื่องอะไรเหรอคะ...เรางงนิดๆ
ภาษาซับซ้อนไปหน่อย แต่ว่าบรรยายดีแล้วล่ะคะ พยายามต่อไปนะคะ สู้ๆ
#2  by  [เจ๊]คิระ...จัง At 2006-04-01 18:17, 
เอ่อ ต้องขอออกตัวก่อนว่าผมอาจจะติชมได้ไม่ดีนัก เนื่องจากไม่ได้มีความรู้ทางภาษามากมาย (ผมเรียนสายวิทยาศาสตร์ครับ ส่วนภาษาไทยนั้นไม่เคยได้เกรดเกินสามครับ)

บทบรรยายกับบทพูดเขียนออกมาได้ดีมากเลยครับ ภาษาสวยแบบที่ผมพึ่งเคยได้อ่านเลย(ถ้าไม่นับตอนเด็กที่อ่านบทกลอนนะครับ) ยอดเลยล่ะครับที่เอามาใส่ในนิยายที่ไม่ใช่บทกลอนได้ค่อนข้างลงตัว

แต่ก็อย่างที่บอกไปครับ แค่ค่อนข้างลงตัวนะครับ เพราะการเอาบทกลอนกับบทบรรยายมารวมกันทำให้ผมคิดว่ามันปรับอารมตามยาก อ่านแล้วค่อนข้างงง (ผมก็คนหนึ่งที่อ่านแล้วต้องตีความก่อนครับ)

แล้วก็ส่วนต่อของตัวละคร(เรียกแบบนี้รึเปล่าน้า?) มีน้อยเกินครับ ผมเห็นเน้นแต่บรรยายสภาพของตัวละคร(ซึ่งทำได้ยอดเยี่ยมเลยครับ) แต่กลับไม่ค่อยมีบทบรรยายว่าใครมาหรือใครทำอะไร ทำให้อ่านแล้วงงครับ ถ้าเพิ่มจุดนี้ได้คงจะดีกว่านี้มากครับ

แต่หากมีส่วนบทบรรยายที่มากเกินไปนั้นก็อาจจะทำให้ผู้อ่านงงได้เช่นกันนะครับ เพราะการบรรยายมากไปจะทำให้บีบคนอ่านให้คิดตามน่ะครับ เนื่องจากบางทีผู้อ่านคิดนำไปก่อนแล้วพอมาโดนกรอบเข้าทีหลังเลยงงครับ

ข้อความทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของผมคนเดียวครับ ท่านอื่นที่อ่านอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างจากนี้ได้ และหากผมเขียนข้อติชมได้ไม่เป็นที่พอใจนักก็ขออภัยด้วยครับ

ท้ายนี้ขอให้คุณพยายามพัฒนาต่อไปนะครับ ส่วนข้อดีที่สามารถบรรยายแบบเห็นภาพก็คงเอาไว้ด้วยนะครับ แล้วผมจะคอยติดตามอ่านต่อครับ

ปล. ขออภัยที่จาบจ้วง(ใช้คำนี้รึเปล่าครับ?)เกินไปทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันอีกครั้งครับ และขอขอบคุณที่ให้ความสนใจนิยายผมนะครับ
#3  by  DarkNine At 2006-04-03 11:17, 

<< Home


niwakaame mono
View full profile