เปิดตัวละครตัวที่ 1 (เมืองโคโดรอล ธิดาพยากรณ์สายลม)
มรกตอาบแสงนวลยามจันทราร้องรำ 
วาวโรจน์ราวแสงอำพันสะท้อนสี 
เส้นผมสยายประกายนวลขับราตรี 
ยามแย้มยิ้มแรกฤดีดอกไม้ผลิบาน 
ชุดแพรพรรณขาวนวลสะอาดกรอมเท้าบนร่างหญิงสาวนางหนึ่งทิ้งตัวปลิวไสวตามแรงลม ค่ำคืนอันไร้ดาวช่างดูเศร้านัก ผิวขาวละไมกับเรือนร่างอวบอิ่มนั้นยืนท้าลมแต่เพียงลำพังปลายหนาวที่กำลังจะพ้นผ่าน ทำให้เธอผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในดาราพยากรณ์ต้องออกมาเฝ้าดูกระแสสวรรค์สรรพแห่งการทำนายอนาคตแห่งใหม่ที่เธอต้องรุจไปในอีกไม่ช้า
ไหล่บางซึ่งบัดนี้กลับมีผ้าแพรสีส้มอ่อนเป็นประกายมุขเนื้อดีมาคลุมไว้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมยาวดำขลับประบ่า ใบหน้าคมเข้มผิวขับสีสมชายชาติทหารดวงเนตรสีน้ำเงินเข้มจับจ้องเสี้ยวหน้างามหมดจดเพียงครู่แล้วเบือนไป ดวงเนตรกลมโตสีมรกตนั้นทอดยาวล่องลอยแสนไกล
edit @ 2006/03/30 06:40:43
นัยน์ตาสีอำพันใจกลางมรกตคู่งามนั้นดูหม่นนักดวงตาที่ใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามิใช่มนุษย์แต่กำเนิดดวงตาที่มีภาระอันใหญ่หลวงผูกมัด มิอาจดิ้นหลุดหรือหลบหนีได้ดวงตาที่คนทั่วหล้าต่างยอมสยบและหวังจะครอบครองสักครั้ง บัดนี้กลับดูไร้แววไร้จุดหมายแห่งชีวิต
ความเศร้าเข้าครอบงำบุรุษรูปงามอีกครั้ง ซึ่งบัดนี้เขาได้หันกลับมาจ้องมันอีกครา
มรกตคู่งามค่อย ๆ หลุบลงต่ำแล้วจึงปิดสนิทนิ้วเรียวบางขยับประกบร่างเป็นอักขระวงเวทริมฝีปากเล็กเนียนร่ำรำพันบทมนต์แผ่วเบาประกายแสงมรกตเงาขับกับขาวสะท้อนตราเวทหงส์ทับดาบคู่ไขว้ บนเมฆใหญ่เบื้องล่าง
มนต์หยั่งจันทร์
ดวงตาคมเข้มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่ไม่ตระหนกนั้นแสดงถึงความคุ้นชินประกายในดวงตาส่งแววห่วงใยอย่างลึกซึ้ง จนตราเวทหายไปจึงกลับมาคมเข้มอย่างเดิม
มรกตงามยังมิลืมขึ้น ชายหนุ่มมองดูผ้าคลุมไหล่ที่บัดนี้ลงไปคล้อยอยู่ที่สะโพกเผยผิวเนียนขาวน่าสัมผัส เสียงทุ้มนุ่มจึงเอ่ยขึ้น
อากาศบนนี้มันหนาว กลับกันเถอะอีกไม่นานจะวันใหม่แล้ว
สาวงามค่อยลืมตามองชายหนุ่มซึ่งบัดนี้มองสบตาเธออย่างห่วงใย ริมฝีปากบางแย้มยิ้มละไมก่อนเอื้อนเอ่ยสุรเสียงใสแผ่วเบา
ลมหนาวรึจะสู้ความห่วงใย ผ้าแพรงามทอด้วยมือผืนนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความอบอุ่นของข้า
ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่ยังไม่ทันกล่าวสาวเจ้าก็ขัดขึ้น
ทิวาราตรีนี้ไม่แน่นอน ล้วนสั่นคลอนได้ดั่งใจเห็น
สาวเจ้าเหลือบตามองใบหน้าคมของบุรุษสูงด้านบนซึ่งบัดนี้คิ้วเริ่มมุ่นขึ้นด้วยคำยุ
...สรรพสิ่งล้วนต้องเป็นเช่นกฎเกณฑ์ที่มีบัญญัติมา
สิ้นคำเอ่ยสาวเจ้าก็เดินไปแต่ไม่ทันไรเสียงทุ้มก็ขาน
โยโซริน่า
ไร้เสียงตอบรับใด ๆ จากสาวงามเจ้าของชื่อ โยโซริน่า
โยโซริน่าเดอลากัวล์ เดอะ โพรฟเอ็ทถ์ ออฟ กอด์ท
เสียงที่ทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจนั้นประกาศนามเต็มยศของสาวงามซึ่งบัดนี้หยุดยืนหันหลังอยู่ไม่ไกลนักคิ้วเรียวเริ่มบีบกระชั้นบนใบหน้านวล
มรกตงามหลุบลงต่ำเบือนเอียงเคียงไหล่เล็กน้อยเผยให้ชายหนุ่มได้เห็นเสี้ยวหน้างามที่บัดนี้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ท่านมีอะไรถึงได้เรียกข้าอย่างนั้นท่าน โวเรส ดาทิล เดอะ เจเนรอล ออฟ โคโดรอล
โวเรสสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถาม
ทำไมเจ้าจึงเอ่ยเช่นนั้นโยโซริน่า ช่วยบอกข้าให้เข้าใจว่าข้าไม่ได้คิดไปเอง ไม่ได้เข้าใจผิด ช่วยบอกข้าว่าเจ้าเพียงล้อเล่นดังเช่นที่ผ่านมา
สิ้นสุดคำกล่าวใบหน้างามก็เบือนกลับไปนัยน์ตาอำพันคู่งามส่องประกายหมองชั่วครู่น้ำใสก็ปริ่มมรกตงามรีบปิดลงหวังให้สิ่งนั้นมิรินไหล ดวงหน้าละมุนบัดนี้เชิดขึ้นแต่ไร้ซึ่งประกายแห่งมรกตงามร่างกายสั่นระริกดวงใจสั่นไหว เสียงที่ก้องในโสตประสาทมีเพียงเสียงเต้นเร่าของหัวใจที่ไม่อาจสงบช่างยากนักที่จะเก็บข่มอาการเหล่านี้มือทั้งสองเย็นเฉียบเหงื่อเริ่มซึมชื้นลื่นไปหมดในหัวก็ได้แต่คิดว่าจะตอบอย่างไรดี
สุรเสียงกังวานกึกก้องทั่วโลกา ไร้ซึ่งผู้กล้าขัดบัญญัติทัดทานองค์
สิ้นเสียงใสสาวเจ้าก็เร่งฝีเท้าเดินจากเพราะขณะนี้เบื้องหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตาที่มิอาจกลั้นชายหนุ่มยืนทอดมองสาวงามที่เดินจากไปในหัวยังคงครุ่นคิดถึงประโยคสุดท้าย
สุรเสียงกังวานกึกก้องทั่วโลกาไร้ซึ่งผู้กล้าขัดบัญญัติทัดทานองค์
มันจะเป็นจริงหรือ รึว่านางแกล้งพูดหลอกเราโวเรสพยายามทรงตัวยืนให้อยู่แต่มันช่างยากเหลือเกินยากเกินกว่าทุกสิ่งภาพและความทรงจำหวนกลับความสับสนงุนงงยังคงอยู่และจะคงทวีมากขึ้นหากเขาไม่รีบยุติมันเสียตอนนี้ภวังค์แห่งความโดดเดี่ยว ภวังค์แห่งการลาจาก ความรู้สึกหดหู่เศร้านี้มันมาจากไหนกันนะ และไม่กี่อึดใจก็เหมือนมีภาพคำตอบแล่นเข้ามาในห้วงคำนึง
นัยน์ตาคมสีน้ำเงินเข้มฉายประกายกล้าไร้ซึ่งแววเมื่อครู่สิ้นเชิง
มนต์หยั่งจันทร์
ชายหนุ่มมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย ...
ย้อนความ >... โวเรส
เวทนี้มีผลค่อนข้างร้ายแรงมันเป็นเวทย์ที่ไม่สามารถใช้ได้พร่ำเพื่อ เป็นเวทย์แห่งพระบัญชา กฎซึ่งมิอาจต่อต้านสวรรค์เท่านั้นที่รู้หากผู้ใดมิกระทำตามอาจต้องแลกด้วยชีวิตทั้งชีวิต พวกเราเหล่าดาราแห่งการทำนาย (โพรฟเอ็ทถ์) ล้วนเกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ ไม่ขึ้นกับเมืองใดนอกจากพระเจ้าและสิ่งที่เป็นเครื่องหมายของแต่ละเผ่าเรา ๆ ก็คือตรามนต์แห่งเวทที่ใช้รับสาสน์จากสวรรค์
เวทย์นี้มีผลข้างเคียงคือความเศร้า หดหู่ เหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว ถ้าใครจิตใจหวั่นไหวง่าย หรือโอนอ่อน คล้อยตามได้ดีจะมีผลต่อเวทย์นี้มากกว่าใครแม้แต่คนที่เข้มแข็งแข็งแรงเพียงใดเจอเวทย์นี้คราวแรกก็ย่อมต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ท่านจะรู้สึกเช่นนี้
แต่ข้าว่าท่านคงไม่เป็นอะไรมากนัก ข้าเชื่ออย่างนั้น
บุรุษหนุ่มนึกถึงคำกล่าวกังวานใสจากสาวงามคราแรกเมื่อได้ประสบ พบเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่เคยมาก่อนเหตุการณ์ที่สาวเจ้าอยู่กลางตราเวทมรกตขับขาวช่างงดงามนักยามนางหลับตาพริ้มดูล่องลอยขนตายาวงอน ริมฝีปากบางนวลสวยชมพูระเรื่อเข้ากับแก้มนวลขาว
ทำให้เขาผู้ซึ่งไม่เคยหวั่นไหว กลับใจสั่นได้ถึงเพียงนี้
นางเป็นใครกัน...

...จบตอน..
ผลงานของ. สาว..มิถุน.
ติดตามตอนต่อไปได้นะค่ะ ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะค่ะ
edit @ 2006/03/30 06:54:40
edit @ 2006/03/31 01:40:12
edit @ 2006/03/31 14:06:47